2008/May/14

ก่อนจะต่อเรื่องไปเที่ยว..ขอไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตที่พม่าและจีน จากภัยธรรมชาติ เราเครียดกะแผ่นดินไหวที่จีนเป็นพิเศษ..เพราะตั้งแต่เห็นข่าวก็ไม่เจอเพื่อนคนจีนที่ซี่ฉวนออนไลน์หลายวัน..ยังห่วงอยู่ว่าจะเป็นไรมั้ย...- -" (แต่ตอนนี้ได้คุยกันแล้ว..เค้าโอเคดี เฮ้อออ....) วันนี้เริ่มเรียนอังกฤษที่บริติชเคาน์ซิลเจอเพื่อนร่วมคอร์สเป็นคนญี่ปุ่นด้วยหละ อิอิ พูดอังกฤษอย่างคล่องอ้ะ...เจ้าตัวเคยไปเที่ยวมาแล้ว 14 ประเทศ..=[ ]=  แม่เจ้า.... คุยกะคนในคลาสแล้วรู้สึกว่าสำเนียงตัวเองโคตรจะกะเหรี่ยง แล้วก็ยังอุตส่าห์มีคนถามว่า Are you Thai..? (ไม่ใช่ค่ะน้อง...พี่เป็นกะเหรี่ยง..กร๊ากกกกก.....!!!!)

เปลี่ยนเรื่องเหอะ....กำลังเคืองกะเหรี่ยงเฮ่อเจ๋อ....- -" มะอาวม่ายพูดดดด......-*-...เราไม่ใช่กะเหรี่ยงแต่เป็นกะยา......555 (มันบ้าไปแล้ว......- -")

ตอบเข็ม & แทน ไม่เจอซิมป์สันอ้ะ...แต่ผ่านมหาลัยซิมป์สันหละ เอิ้กๆ

ตอบกอล์ฟ โน้ตบุ๊คเข้าอู่ไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียน  hp วันที่โทรหากอล์ฟที่ฮื่อจื่อเหลียงน่ะแหละ เมนบอร์ดเจ๊งอ้ะ...- -"

ตอบโป้ง เอิ่ม...เอาใจบ้านที่รักสุดๆ อ้ะเพื่อน..เหอๆ แต่งเมื่อไหร่อย่าลืมร่อนบัตรเชิญ น้องชั้นอ่านแล้วโคตรอิจฉาเลย 555 จริงๆ แล้วน้องเรามันชอบอิแมวน้ำถั่วงามาเมะโกมะของเครือเดียวกันอ้ะ แต่ไม่ค่อยมีสินค้าขาย 555

ตอบปาล์ม ปราสาทก็ต้องสวยตามเจ้าของปราสาทสิเคอะ....เพราะมันเป็นปราสาทของนางซิน...คิคิ

ตอบหมิ่น ไปได้เร็วสุด 24 สิงหาอ้ะ ต้องตรวจร่างกายใหม่...- -" แป่ว....โชคดีกะการสอบเน่อ

ตอบตี๋ ถ่ายเองดิ้....หอยหลอด.....- -" เจ้าหน้าที่ตม. นะยะ เดี๋ยวก็ไม่ได้เข้าญี่ปุ่นหรอก 555

วันถัดมาช่วงเช้าก็ยังอยู่ในโตเกียว วันนี้มีสมาชิกเพิ่มมาสามคน เป็นคนไทยที่มาทัวร์อื่นแล้วพักในโรงแรมเดียวกันแต่ตกรถ เพราะไปรอผิดชั้น - -" พี่ไกด์เลยชวนมาด้วยกัน ขอแถมอีกนิดว่ามื้อเช้าอร่อยมากกกก....โดยเฉพาะพวกอาหารญี่ปุ่น เค้าทำผักดองได้อร่อยดี ซุปก็รสดีเหมือนเคย ติดใจบุฟเฟต์ที่นี่ซะแล้ว อิอิ

นี่คือพระราชวังอิมพีเรียล ได้ผ่านแว้บๆ

เจดีย์ที่วัดอาซากุสะ วัดที่มีโคมแดงใหญ่ที่สุดในโลก (น้องเราบอกว่า..ถ้าแปลตรงตัว...อาซากุสะมันแปลว่า "หญ้าเหลาะแหละ" หละ...-*- 555)

นี่คือโคมกระดาษแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ส่วนนี่ก็คือรองเท้าที่สานจากหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกเหมือนกัน

ร้านรวงในวัดอาซากุสะที่มาจับจ่ายซื้อของฝาก

ฝาท่อน้ำในเมืองโตเกียว เป็นรูปดอกซากุระ แต่ละเมืองฝาท่อจะหน้าตาต่างๆ กันไป

มื้อเที่ยงทานที่พิพิธภัณฑ์ราเม็งที่โยโกฮาม่า เรากับน้องเลือกร้านโคมุราซากิ ที่มีซุปกระดูกหมูหอมกลิ่นกระเทียมเจียวเป็นตัวหลัก ชาชูก็ทั้งนิ่มทั้งอร่อย มีมันแทรกเป็นลายๆ เต็มแผ่นเลยทีเดียว เครื่องเคียงอีกอย่างคือไข่ต้มก็อร่อยมาก รสซีอิ๊วเข้าไปถึงไข่แดงเลยทีเดียว (ทำไมไข่ต้มเมืองไทยไม่เป็นงี้มั่งน้อ.....) ชอบมากง่า...

ตอนไปเจอร้านขายเครื่องดื่มที่ขายนม แล้วเค้าก็มีเครื่องดื่มอันนึงชื่อ sower drink สีคล้ายๆ นมผสมชา..ประมาณนั้น พอถามเค้าว่านี่อะไรเค้าก็ชี้ๆ ให้ดูตัวภาษาปะกิด เราก็อ่านแล้วไม่รู้ว่ามันคืออะไร...- -" แต่คนขายบอกว่ามันไม่ใช่นม มีใครรู้จักมั่งมั้ยอ้ะ....

ช่วงบ่ายขึ้นภูเขาไฟฟูจิ หนาวใช้ได้เลย..เหะๆ แต่มีเสื้อหนาวหนาๆ ซักตัวก็พอเอาอยู่ แต่มือนี่สิ....โดนชาวบ้านใช้ถ่ายรูปเกือบตลอด หนาวมือชะมัด...- -"

รูปตัวเองบนภูเขา มีแค่รูปเดียวนี่แหละมั้ง วันนี้อากาศค่อนข้างดีก็เลยได้ขึ้นถึงชั้น 5 แต่ก็มีเมฆหมอกหนาตาอยู่ รูปตอนที่คุณพ่อถ่ายมารอบที่ไปตอนเมษาสวยกว่าเยอะ

วัดชินโตบนภูเขา พี่ไกด์แนะนำมาว่าวิธีแยกประเภทวัดในญี่ปุ่นแบบง่ายๆ คือวัดพุทธมีพระพุทธรป วัดชินโตมีโทริอิสีแดง ส่วนวัดเซ็นจะมีสวนหิน (คิดว่าคงมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะกว่านี้ อันนี้แค่คร่าวๆ)

ตอนลงจากฟูจิทัวร์ให้แวะห้างซื้อของ ส่วนเราวิ่งเข้าบุ๊คสโตร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม (555) ได้เดสตินี่เอดจ์มาเล่มนึง กับแผ่นเจ๊ยูกะ > <~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ พยายามส่งภาษากะคนขายอยู่นานมากกกก....ว่ามีแผ่นอะไรบ้าง..จะกว้านซื้อให้หมด 555 (เค้าออกเสียงคำว่า other เป็นโอตะๆ ตลอดเลยแฮะ 555 จะจำไว้) สุดท้ายได้แผ่นซิงเกิลโรมาเนสก์มา แล้วที่กรี๊ดมากก็คือได้แผ่นเซอร์คัสลิมิตเอ็ดดิชั่นแบบที่แถมดีวีดีมาในราคา 3400 เยน...แค่นี้ก็คุ้มค่าที่ได้มาญี่ปุ่นแล้วค่ะ...โฮกกกกก....TT^TT

ตอนเย็นเข้าที่พักที่เชิงเขาฟูจิ จัดแบบญี่ปุ่นเต็มที่ ชุดนอนก็เป็นยูกาตะ แต่ดูเหมือนเราจะไม่ได้ถ่ายรูปตัวเองเก็บไว้แฮะ....กรรม...-*- มื้อค่ำมีสเต๊กเนื้อด้วย...อร่อยยยย......แล้วก็มีปูทาราบะเป็นอาหารยอดฮิตอีกอย่าง แต่เราค่อนข้างจะเฉยๆ กับปูของญี่ปุ่นแฮะ ปูญี่ปุ่นเด่นด้านเนื้อที่แน่นมาก ปูไทยเนื้อยุ่ยกว่า แต่มีรสมีชาติมากกว่าอ้ะ..เทียบแล้วของญี่ปุ่นค่อนข้างจืด (รึมันไม่ค่อยสดก็ไม่รู้แฮะ....)

โคมไฟที่โรงแรมดีไซน์เป็นรูปเกล็ดหิมะ เข้ากับบรรยากาศดี (หนาวๆ...บรื๋ออออ.....)

ซูมเพิ่ม...

โรงแรมนี้มีบ่อน้ำแร่ด้วย ตอนค่ำๆ ก็เลยแวะมาแช่กัน แต่แช่ได้ไม่นานอิสองพี่น้องนี่ก็เริ่มเบื่อ...- -" แล้วก็ชวนกันขึ้นไปดูของฝากในร้าน ชอบของฝากจากฟูจิมาก มันดูเป็นอะไรที่บ่งบอกถึงภูเขาได้ดีจัง แล้วก็ทำออกมาน่ารักด้วย

รอมาต่อคราวหน้านะ..อิอิ วันนี้รูปเยอะแระ

edit @ 15 May 2008 00:13:04 by Kagaribi No Hanabira

2008/May/12

เย่...กลับมาถึงเมืองไทยแล้วในที่สุด 17-19 รอรับของฝากกันด้วยนะจ๊ะเพื่อนๆ น้องๆ อิอิ

ก่อนไปญี่ปุ่นเจอปัญหาวุ่นวายอยู่อย่างคือโน้ตบุ๊คเสีย T^T เวรกรรมจริงๆ...จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญ...ถ้าคอมเปิดไม่ติดแล้วไม่มีเสียงคือฮาร์ดดิสค์เจ๊ง ดังยาวหนึ่งทีคือเมนบอร์ดเสีย สองทีเป็นที่การ์ดจอ ของเราดังสามที..ไม่มีใครรู้ว่าเป็นอะไร 555 (เสียทั้งเมนบอร์ดทั้งการ์ดจอ...??? เหอๆ) คิดว่าคงรีบส่งซ่อมให้เร็วที่สุด

เพราะมัวขลุกขลักเรื่องโน้ตบุ๊คก็เลยไปถึงสนามบินช้ากว่าที่คาดไว้ แต่ก็ไม่ได้สายกว่าเวลานัด แหะๆ ประสบการณ์การขึ้น+นั่งเครื่องครั้งแรกผ่านไปอย่างราบรื่น...เว้นแต่...อาหารไม่ค่อยอร่อย 555 (ไปกับเถกิงทัวร์ เครื่องของการบินไทยฮับ) ช่วงที่ยังไม่หลับก็เปิดเพลงฟังไปเรื่อย ฟังช่องเพลงญี่ปุ่นอยู่ชั่วโมงกว่าสองชั่วโมงก็หลับไป ไม่ได้ฟังตลอด แต่รู้สึกจะมีเพลง Daybreak's Bell ของดับเบิลโอด้วย บางเพลงก็เพราะดีแต่ไม่ค่อยรู้จักนักร้อง...- -" แย่แฮะ เหอๆ

เช้าวันที่ 7 เครื่องลงที่นาริตะตอนเช้าตรู่...เช้ามากๆ...จนไม่มีร้านรวงอะไรเปิดเลย....- -" แหะๆ  เจอปัญหาตอนผ่านตม.เล็กน้อยเพราะเครื่องมืออะไรซักอย่างของเจ้าหน้าที่เสีย ก่อนออกมาเค้าก็บอกขอโทษเป็นภาษาญี่ปุ่น อืม..คนต่างชาติจะฟังรู้เรื่องมั้ยนั่น...- -" แต่มาสนามบินครั้งนี้เดาว่าถ้าน้องโชคมาคงชอบ เพราะเจ้าหน้าที่สนามบินอุดมไปด้วยสาวแว่นน่ารักๆ 555

จากนั้นทัวร์ก็พาไปยังโตเกียวดิสนีย์แลนด์ เล่นเครื่องเล่นไปหกอย่าง เดินถ่ายรูปเยอะกว่า เหอๆ เพราะร้านข้างในทำออกมาสวยมาก วันนั้นเดินเสียจนปวดเท้าเลย

โฉมหน้าโรงแรมหน้าดิสนีย์แลนด์ คืนหนึ่งเป็นหมื่นๆ อยู่...(ไม่แพงเมื่อเทียบกับดุสิต และถูกไปเลยเมื่อเทียบกับสุโขทัย...กร๊ากกกก....!!!!!!!!

เครื่องเล่นอันแรกเป็นที่ล่องเรือของหนังไพเรทออฟเดอะแคริบเบียน ข้างในก็จะจัดฉากตามในหนัง ที่ดิสนีย์จะมีอะไรแบบนี้เยอะมาก คนดูก็จะได้นั่งเรือบ้าง นั่งรถไฟดูบ้าง บางอันก็เดินเอา ถัดจากนั้นก็ไปเล่นรถไฟเหาะในเหมือง เล่นแล้วเฉยๆ แหะ...ไม่ได้ชอบแต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้น น้องสาวหาว่าเราเป็นพวกตายด้านไปแล้ว 555

นี่ก็ปราสาทผีสิง ตอนผ่านมารอบเช้าเค้ายังไม่เปิด ก็เลยผ่านไปก่อน

นี่เป็นต้นไม้หน้าปราสาท ไม่รู้ว่าตัดแต่งเอารึเปล่า แต่มันดูเหมือนหัวหมาป่าเลย แล้วก็ดูหลอนๆ ดี หน้าปราสาทมีต้นไม้แบบนี้อยู่สองสามต้น

ถ่ายรูปดอกไม้มา หน้าตาคล้ายๆ ฟูจิแต่เป็นสีขาว

ด้านหลังของปราสาทสโนว์ไวท์

เครื่องเล่นสแปลชเมาเท่น เป็นคล้ายๆ ล่องแก่ง ตอนที่เรือไหลลงมาจากน้ำตกมีกล้องแอบถ่ายเอาไว้ด้วย มีเราแอบยิ้มแฉ่งให้กล้องอยู่คนเดียว 555

ที่ทานมื้อเที่ยงฮะ เป็นร้านข้าวแกงกะหรี่สังกัด "แกงกะหรี่ต้องเฮ้าส์" แกงกะหรี่ยี่ห้อโปรดที่พวกเราชื่นชอบ..555

ร้านอาหารที่จำลองฉากเรื่องอลิส เจ๋งดี

ช่วงบ่ายก็มาเล่นปราสาทผีสิง สโนว์ไวท์ แล้วก็พิน็อคคิโอ เศร้าเลย...ไม่มีซินเดอเรลลา....T^T ส่วนเรื่องโปรดของดิสนีย์อย่างเงือกน้อยก็ดันอยู่อีกโซนนึงที่ทัวร์ไม่ได้จอง...เซ็งเลย...- -"

ดอกกุหลาบดอกโต๊โต ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือประมาณ 1.5 เท่า....

ปราสาทซินเดอเรลลา (สวยยย....^ ^)

บันไดข้างที่ติดกับร้านเป่าแก้ว

หัวเสาในตัวปราสาท (น่ารักได้อีก อิอิ)

ไม้ดัดหน้าปราสาท คิดว่าเขาตั้งใจทำเป็นรูปมังกรนะ

ขบวนพาเหรดฉลองครบรอบ 25 ปีของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ (ไปได้ถูกช่วงมาก...อิอิ) คุณพ่อเป็นคนถ่ายทั้งหมดเพราะตอนนี้ตากล้องง่วงแล้ว...555

ขบวนเจ้าหญิงทั้งหลาย (โฟกัสที่นางซิน 555)

ปีเตอร์แพน (นี่ก็อีกหนึ่งเรื่องโปรด)

แล้วก็มีมิกกี้ปิดท้าย

ออกจากชิบะก็เข้าชินจูกุต่อ เป็นโปรแกรมใหญ่ในการทัวร์กินครั้งนี้ 555 ระหว่างทางได้เห็นโตเกียวทาวเวอร์และตึกเทศบาลโตเกียวด้วย (ปลาบปลื้มประทับใจกับตึกหลังมาก...สวยแท้....โฮกกกกก......สวยกว่ารูปวาดหลายเท่าอ้ะ) ก่อนจะเอากระเป๋าเข้าที่พักที่โรงแรมชินจูกุ พรินซ์โฮเทล

งานนี้เรากะครอบครัวงมหาทางไปห้างทาคาชิมายะจนสำเร็จ ได้เข้าแซนเอ็กซ์ที่น้องสาวเราหมายตา ได้ของกลับมามากมาย หนึ่งในนั้นก็คือเจ้าหมีรีแลกซ์คุมะพุงป่อง ที่น้องเราตั้งชื่อให้ว่า "ตุงตุงเห่โย้" เป็นภาษาเกาหลีแปลว่า "อ้วน" (มันให้ความรู้สึกว่ามีอะไรตุงๆ อยู่ที่ท้องจริงๆ 555)

ตุงตุงเฮกับชินจูกุ...ฮี่ๆ โรงแรมนี้อยู่ติดสถานีเลย รถราไม่ค่อยเยอะเพราะคนใช้บริการรถไฟกันหมด บวกกับช่วงนี้เป็นช่วงที่ประธานาธิบดีหูจิ่นเทาของจีนมาโตเกียว หลายที่จึงให้พนักงานหยุด เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจราจร น้องเราเรียนทั้งเกาหลีทั้งญี่ปุ่น เวลาคุยกับคนญี่ปุ่นก็เมาๆ บางที่เผลอตอบภาษาเกาหลีกับคนญี่ปุ่นก็มี แหะๆ

ส่วนนี่เป็นอะไรก็ไม่รู้...ซ่อนอยู่ใจกลางเมืองชินจูกุ ถ้าเป็นแบบนี้ที่เมืองไทย ชินจูกุอาจจะมีชื่อไทยว่าเมือง "ปากท่อ" (วันดีคืนดีจะมีมาริโอโดดออกมามั้ยนะ...อิอิ)

แล้วก็ซื้อผลิตภัณฑ์เมลอนปังและคุริอันปังร้านคิมูรายะกลับไปกินที่โรงแรม มีเค้กช็อคโกแลตของจากแบรนด์เดียวกับร้านชื่อดัง (มั้ง) แถวมาบุญครองมาก้อนนึง ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ เพราะที่ญี่ปุ่นเค้กก้อนละ 170 เยน อร่อยยังกะได้ขึ้นสวรรค์..(นี่ก็เวอร์....- -") แต่ของไทยก้อนนึงเกือบร้อยแต่รสชาติไม่เอาถ่าน...-*- ทำไมมันช่างแตกต่าง.....

วันนี้พลาดร้านเมลอนปังทาคาโนะ ร้านน้ำชาดามาทีเปรสโซ แล้วก็ร้านโดนัทคริสปี้ครีม เพราะไม่มีเวลาเดินหา....- -" แต่อาหารที่โรงแรมก็อร่อยดี มื้อนี้คงประทับใจพวกซุปญี่ปุ่นมากเป็นพิเศษ อร่อยมากๆ

เดี๋ยวค่อยมาต่อวันถัดไปที่เอ็นทรี่หน้านะ 555



ปิยฉัตร ศรีประทักษ์
View full profile