ถึงการอ่านหนังสือยังไม่ค่อยขยับแต่อย่างน้อยการบ้านที่ต้องส่งพรุ่งนี้ก็เสร็จแล้ว เลยมีเวลาเลี่ยงมาอ่านหนังสือน่ารักๆ เล่มนี้ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอามาเล่าสู่กันฟัง (ที่จริงคืออ่านแล้ววางไม่ลงต่างหากล่ะ ^ ^ll)
"ดอกเตอร์กับรูทและสูตรรักของเขา" เป็นนวนิยายแปลจากภาษาญี่ปุ่นของ J-BOOKS ว่าด้วยเรื่องราวของดอกเตอร์ทางคณิตศาสตร์ผู้โชคร้าย ประสบอุบัติเหตุจนทำให้สมองผิดปกติ เรื่องราวที่เขาจำได้มีเพียงเรื่องราวช่วงก่อนเกิดอุบัติเหตุ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเวลาปัจจุบัน 80 นาที ทำให้เขาได้รับความยากลำบากในการดำเนินชีวิตอย่างมาก เรื่องราวของดอกเตอร์ถูกบรรยายผ่านมุมมองของแม่บ้านลูกติดที่เข้ามาทำหน้าที่ดูแล
อย่านึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องราวชวนปวดหัวเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ที่ใครๆ ต้องส่ายหน้าหนี แต่มันเป็นเรื่องราวของความรักอันน่าประทับใจของอัจฉริยะผู้ใจดีกับตัวเลขและเด็กน้อยอย่างเจ้าหนู "รูท" ผู้เป็นลูกชายของแม่บ้านต่างหากล่ะ เป็นบันทึกของช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นอ่อนโยนที่น่าประทับใจเล่มหนึ่งเชียวหละ
สำหรับคนที่เป็นนักคณิตศาสตร์ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะหนังสือเล่มนี้จะทำให้เรายิ้มได้ด้วยความอิ่มเอมใจ ว่านี่เป็นหนังสือเล็กๆ อีกเล่มหนึ่ง ที่จะช่วยให้ผู้คนรู้จักถึง "ความสวย" ของคณิตศาสตร์ได้เช่นเดียวกับที่พวกเรารู้จัก แม้จะเป็นแค่เสี้ยวเดียวก็ตาม (อย่างน้อยที่สุด พวกเราคงดูผิดปกติน้อยลงเวลาชื่นชมบทพิสูจน์ซักบทว่ามันสวยขนาดไหน)
ตามความเห็นของเรา (ของเราคนเดียว ไม่ได้มีข้ออ้างอิงมาจากไหน) คนเขียนคงจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือ "The man who love only number" ชีวประวัติของนักคณิตศาสร์ผู้ล่วงลับ พอล แอร์ดิซ ผู้มีวิถีทางในการดำเนินชีวิตผิดแปลกจากคนทั่วไปอยู่สักหน่อย (ก็ไม่หน่อย..เยอะอยู่) และรักใคร่เด็กๆ เป็นชีวิตจิตใจเช่นเดียวกับดอกเตอร์ในเรื่อง การอ้างถึง "สมุดโน้ตของพระเจ้า" และ "ตัวเลขรูท-อารอน" ซึ่งเป็นสิ่งที่แอร์ดิชเคยกล่าวถึงน่าจะเป็นหลักฐานชี้นำที่สำคัญประการหนึ่ง ของความเชื่อมโยงในตัวดอกเตอร์ในเรื่องกับอัจฉริยะผู้มีชีวิตอยู่จริงอย่างแอร์ดิซ
ฉบับแปลมีบางจุดที่อาจจะทำให้ผู้อ่านสับสนได้ อาจจะผิดพลาดจากเรื่องของศัพท์เทคนิคหรือการตีความ (ไม่ทราบว่าเกิดจากการแปลหรือเป็นมาจากตัวต้นฉบับ เพราะหนังสือแปลที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์มักจะมีปัญหาแบบนี้บ่อยๆ) จะขอยกมาเขียนอธิบายไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน เผื่อมีใครไปอ่าน
- ดอกเตอร์กล่าวถึงเครื่องหมายรูทเอาไว้ว่า
"ถ้าใช้สิ่งนี้ จะสามารถกำหนดคุณค่าฐานะให้กับทั้งตัวเลขซึ่งไม่มีที่สิ้นสุดและตัวเลขที่มองไม่เห็นได้"
คำว่า 'ตัวเลขที่มองไม่เห็น' คนเขียนน่าจะหมายถึงจำนวนจินตภาพ ซึ่งสามารถเขียนให้อยู่ในรูปของจำนวนทั่วๆ ไปที่เรารู้จัก คูณกับ 'รูท' ของ -1 ได้
ส่วน 'ตัวเลขซึ่งไม่มีที่สิ้นสุด' น่าจะหมายถึง 'ตัวเลขซึ่งเขียนเป็นทศนิยมไล้วจะไม่มีที่สิ้นสุด' อันหมายถึงจำนวนอตรรกยะมากกว่า จำนวนพวกนี้เวลาเขียนเป็นทศนิยมจะได้ทศนิยมที่เรียงยาวออกไปอย่างไร้รูปแบบไม่มีที่สิ้นสุดต่างจากจำนวนอีกพวก ที่เวลาเขียนเป็นทศนิยมแล้วจะมีเลขซ้ำๆ วนกันไปเป็นรูปแบบแน่นอน เช่น0.1234123412341234...
'รูท' สอง 'รูท' สาม และ 'รูท' ของอีกหลายๆ จำนวนที่ถอดออกมาเป็นคำตอบแบบไม่ติด 'รูท' ไม่ได้จัดอยู่ในประเภทนี้ (จำนวนอตรรกยะที่ไม่ได้อยู่ในรูปของ 'รูทอะไรซักอย่าง' ก็มี เช่น ค่า Pi ค่า e ค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติบางค่า ฯลฯ)
- "รากที่สองของรูท -1" ดูจากเนื้อความของประโยคแล้ว หมายถึงรากที่สองของ -1 เฉยๆ
- คำว่าจำนวนธรรมชาติ (ที่เราจะพบบ่อยมากในเรื่อง แต่ไม่มีคำอธิบายบอกไว้) หมายถึงจำนวน 1 2 3 4 5 ... ภาษาไทยบางครั้งก็เรียกว่าจำนวนนับบ้าง (เพราะมันคือเลขที่เราเอาไว้นับอะไรทั้งหลายแหล่นั่นเอง)จำนวนเต็มบวกบ้าง ซึ่งอาจจะคุ้นหูกันมากกว่าคำว่าจำนวนธรรมชาติ ที่สำคัญ จำนวนธรรมชาติไม่รวม 0 เข้าไปด้วยนะ มีแค่ 1 แล้วก็จำนวนเต็มที่มากกว่ามันขึ้นไปเท่านั้น
- สาขาที่เรียกว่า "ราชินีแห่งคณิตศาสตร์" ที่ดอกเตอร์พูดถึงหมายถึงวิชาทฤษฎีจำนวน (Number Theory)
- ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์ตกตัวเลขชี้กำลัง 'n' ที่อยู่เหนือตัว z ไป
หวังว่าจะช่วยให้คนที่อ่านหนังสือเล่มนี้เข้าใจสิ่งที่คนเขียนต้องการสื่อออกมาได้มากขึ้นนะ ^ ^
edit @ 2007/03/05 17:40:27