เย่...กลับมาถึงเมืองไทยแล้วในที่สุด 17-19 รอรับของฝากกันด้วยนะจ๊ะเพื่อนๆ น้องๆ อิอิ
ก่อนไปญี่ปุ่นเจอปัญหาวุ่นวายอยู่อย่างคือโน้ตบุ๊คเสีย T^T เวรกรรมจริงๆ...จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญ...ถ้าคอมเปิดไม่ติดแล้วไม่มีเสียงคือฮาร์ดดิสค์เจ๊ง ดังยาวหนึ่งทีคือเมนบอร์ดเสีย สองทีเป็นที่การ์ดจอ ของเราดังสามที..ไม่มีใครรู้ว่าเป็นอะไร 555 (เสียทั้งเมนบอร์ดทั้งการ์ดจอ...??? เหอๆ) คิดว่าคงรีบส่งซ่อมให้เร็วที่สุด
เพราะมัวขลุกขลักเรื่องโน้ตบุ๊คก็เลยไปถึงสนามบินช้ากว่าที่คาดไว้ แต่ก็ไม่ได้สายกว่าเวลานัด แหะๆ ประสบการณ์การขึ้น+นั่งเครื่องครั้งแรกผ่านไปอย่างราบรื่น...เว้นแต่...อาหารไม่ค่อยอร่อย 555 (ไปกับเถกิงทัวร์ เครื่องของการบินไทยฮับ) ช่วงที่ยังไม่หลับก็เปิดเพลงฟังไปเรื่อย ฟังช่องเพลงญี่ปุ่นอยู่ชั่วโมงกว่าสองชั่วโมงก็หลับไป ไม่ได้ฟังตลอด แต่รู้สึกจะมีเพลง Daybreak's Bell ของดับเบิลโอด้วย บางเพลงก็เพราะดีแต่ไม่ค่อยรู้จักนักร้อง...- -" แย่แฮะ เหอๆ
เช้าวันที่ 7 เครื่องลงที่นาริตะตอนเช้าตรู่...เช้ามากๆ...จนไม่มีร้านรวงอะไรเปิดเลย....- -" แหะๆ เจอปัญหาตอนผ่านตม.เล็กน้อยเพราะเครื่องมืออะไรซักอย่างของเจ้าหน้าที่เสีย ก่อนออกมาเค้าก็บอกขอโทษเป็นภาษาญี่ปุ่น อืม..คนต่างชาติจะฟังรู้เรื่องมั้ยนั่น...- -" แต่มาสนามบินครั้งนี้เดาว่าถ้าน้องโชคมาคงชอบ เพราะเจ้าหน้าที่สนามบินอุดมไปด้วยสาวแว่นน่ารักๆ 555
จากนั้นทัวร์ก็พาไปยังโตเกียวดิสนีย์แลนด์ เล่นเครื่องเล่นไปหกอย่าง เดินถ่ายรูปเยอะกว่า เหอๆ เพราะร้านข้างในทำออกมาสวยมาก วันนั้นเดินเสียจนปวดเท้าเลย
โฉมหน้าโรงแรมหน้าดิสนีย์แลนด์ คืนหนึ่งเป็นหมื่นๆ อยู่...(ไม่แพงเมื่อเทียบกับดุสิต และถูกไปเลยเมื่อเทียบกับสุโขทัย...กร๊ากกกก....!!!!!!!!
เครื่องเล่นอันแรกเป็นที่ล่องเรือของหนังไพเรทออฟเดอะแคริบเบียน ข้างในก็จะจัดฉากตามในหนัง ที่ดิสนีย์จะมีอะไรแบบนี้เยอะมาก คนดูก็จะได้นั่งเรือบ้าง นั่งรถไฟดูบ้าง บางอันก็เดินเอา ถัดจากนั้นก็ไปเล่นรถไฟเหาะในเหมือง เล่นแล้วเฉยๆ แหะ...ไม่ได้ชอบแต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้น น้องสาวหาว่าเราเป็นพวกตายด้านไปแล้ว 555
นี่ก็ปราสาทผีสิง ตอนผ่านมารอบเช้าเค้ายังไม่เปิด ก็เลยผ่านไปก่อน
นี่เป็นต้นไม้หน้าปราสาท ไม่รู้ว่าตัดแต่งเอารึเปล่า แต่มันดูเหมือนหัวหมาป่าเลย แล้วก็ดูหลอนๆ ดี หน้าปราสาทมีต้นไม้แบบนี้อยู่สองสามต้น
ถ่ายรูปดอกไม้มา หน้าตาคล้ายๆ ฟูจิแต่เป็นสีขาว
ด้านหลังของปราสาทสโนว์ไวท์
เครื่องเล่นสแปลชเมาเท่น เป็นคล้ายๆ ล่องแก่ง ตอนที่เรือไหลลงมาจากน้ำตกมีกล้องแอบถ่ายเอาไว้ด้วย มีเราแอบยิ้มแฉ่งให้กล้องอยู่คนเดียว 555
ที่ทานมื้อเที่ยงฮะ เป็นร้านข้าวแกงกะหรี่สังกัด "แกงกะหรี่ต้องเฮ้าส์" แกงกะหรี่ยี่ห้อโปรดที่พวกเราชื่นชอบ..555
ร้านอาหารที่จำลองฉากเรื่องอลิส เจ๋งดี
ช่วงบ่ายก็มาเล่นปราสาทผีสิง สโนว์ไวท์ แล้วก็พิน็อคคิโอ เศร้าเลย...ไม่มีซินเดอเรลลา....T^T ส่วนเรื่องโปรดของดิสนีย์อย่างเงือกน้อยก็ดันอยู่อีกโซนนึงที่ทัวร์ไม่ได้จอง...เซ็งเลย...- -"
ดอกกุหลาบดอกโต๊โต ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือประมาณ 1.5 เท่า....
ปราสาทซินเดอเรลลา (สวยยย....^ ^)
บันไดข้างที่ติดกับร้านเป่าแก้ว
หัวเสาในตัวปราสาท (น่ารักได้อีก อิอิ)
ไม้ดัดหน้าปราสาท คิดว่าเขาตั้งใจทำเป็นรูปมังกรนะ
ขบวนพาเหรดฉลองครบรอบ 25 ปีของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ (ไปได้ถูกช่วงมาก...อิอิ) คุณพ่อเป็นคนถ่ายทั้งหมดเพราะตอนนี้ตากล้องง่วงแล้ว...555
ขบวนเจ้าหญิงทั้งหลาย (โฟกัสที่นางซิน 555)
ปีเตอร์แพน (นี่ก็อีกหนึ่งเรื่องโปรด)
แล้วก็มีมิกกี้ปิดท้าย
ออกจากชิบะก็เข้าชินจูกุต่อ เป็นโปรแกรมใหญ่ในการทัวร์กินครั้งนี้ 555 ระหว่างทางได้เห็นโตเกียวทาวเวอร์และตึกเทศบาลโตเกียวด้วย (ปลาบปลื้มประทับใจกับตึกหลังมาก...สวยแท้....โฮกกกกก......สวยกว่ารูปวาดหลายเท่าอ้ะ) ก่อนจะเอากระเป๋าเข้าที่พักที่โรงแรมชินจูกุ พรินซ์โฮเทล
งานนี้เรากะครอบครัวงมหาทางไปห้างทาคาชิมายะจนสำเร็จ ได้เข้าแซนเอ็กซ์ที่น้องสาวเราหมายตา ได้ของกลับมามากมาย หนึ่งในนั้นก็คือเจ้าหมีรีแลกซ์คุมะพุงป่อง ที่น้องเราตั้งชื่อให้ว่า "ตุงตุงเห่โย้" เป็นภาษาเกาหลีแปลว่า "อ้วน" (มันให้ความรู้สึกว่ามีอะไรตุงๆ อยู่ที่ท้องจริงๆ 555)
ตุงตุงเฮกับชินจูกุ...ฮี่ๆ โรงแรมนี้อยู่ติดสถานีเลย รถราไม่ค่อยเยอะเพราะคนใช้บริการรถไฟกันหมด บวกกับช่วงนี้เป็นช่วงที่ประธานาธิบดีหูจิ่นเทาของจีนมาโตเกียว หลายที่จึงให้พนักงานหยุด เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจราจร น้องเราเรียนทั้งเกาหลีทั้งญี่ปุ่น เวลาคุยกับคนญี่ปุ่นก็เมาๆ บางที่เผลอตอบภาษาเกาหลีกับคนญี่ปุ่นก็มี แหะๆ
ส่วนนี่เป็นอะไรก็ไม่รู้...ซ่อนอยู่ใจกลางเมืองชินจูกุ ถ้าเป็นแบบนี้ที่เมืองไทย ชินจูกุอาจจะมีชื่อไทยว่าเมือง "ปากท่อ" (วันดีคืนดีจะมีมาริโอโดดออกมามั้ยนะ...อิอิ)
แล้วก็ซื้อผลิตภัณฑ์เมลอนปังและคุริอันปังร้านคิมูรายะกลับไปกินที่โรงแรม มีเค้กช็อคโกแลตของจากแบรนด์เดียวกับร้านชื่อดัง (มั้ง) แถวมาบุญครองมาก้อนนึง ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ เพราะที่ญี่ปุ่นเค้กก้อนละ 170 เยน อร่อยยังกะได้ขึ้นสวรรค์..(นี่ก็เวอร์....- -") แต่ของไทยก้อนนึงเกือบร้อยแต่รสชาติไม่เอาถ่าน...-*- ทำไมมันช่างแตกต่าง.....
วันนี้พลาดร้านเมลอนปังทาคาโนะ ร้านน้ำชาดามาทีเปรสโซ แล้วก็ร้านโดนัทคริสปี้ครีม เพราะไม่มีเวลาเดินหา....- -" แต่อาหารที่โรงแรมก็อร่อยดี มื้อนี้คงประทับใจพวกซุปญี่ปุ่นมากเป็นพิเศษ อร่อยมากๆ
เดี๋ยวค่อยมาต่อวันถัดไปที่เอ็นทรี่หน้านะ 555