2008/Sep/08

เพิ่งจะมีเวลามานั่งเรียบเรียงเขียนไดก็วันนี้แหละ...เหอๆ (จริงๆ มีเรื่องต้องออกไปทำอีกเยอะแยะ แต่วันนี้ฝนตกทั้งวัน...- - ก็เลยผลัดไปเป็นคราวหน้าแทน) ถ่ายรูปเอาไว้มากมาย..ตามไปดูได้เลย อิอิ

080904

วันนี้ไม่มีอะไรมากนอกจากนั่งเครื่องบิน นั่งเครื่องบิน และนั่งเครื่องบิน 555 จากไทยก็ไปเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง ดูเหมือนในเครื่องจะมีเราแค่คนเดียว (มั้ง) ที่เปลี่ยนเครื่องไปลงโตรอนโต เพราะส่วนใหญ่ก็จะไปลงแวนคูเวอร์มั่ง ไปทางอเมริกามั้ง ประมาณนั้น ที่อื่นนี่..พอลงจากเครื่องนี่จะมีคนถือป้ายบอกทางเลยว่าต้องไปทางไหนๆ ต่อ แต่ไม่ยักมีของโตรอนโต....- - เลยต้องเดินไปถามเจ้าหน้าที่เอา เค้าก็บอกให้เดินๆ ตามพวกที่ไปแวนคูเวอร์แล้วไปดูที่ตารางการบินว่าต้องไปรอเกทไหน เซ็งจิต....- -

คนที่ขึ้นเครื่องไปโตรอนโตกับเราเป็นคนจีนซะร้อยละเก้าสิบ ถือพาสปอร์ตฮ่องกงบ้าง แคนาดาบ้าง ตอนต่อเครื่องไปแคนาดาเจอเด็กมหาลัยควีนส์ (แต่ถือพาสปอร์ตจีนอ้ะ เหอๆ) ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงทางเข้า น่ารักค่อดดด...> <~~~~~~~ เป็นสาวแว่นอีกแล้วอ้ะ...เหอๆ (ใจไม่กล้าพอที่จะถ่ายรูปมาฝากว่ะตี๋ เหอะๆ) แอร์แคนาดาอาหารอร่อยอ้ะ....ปลาบปลื้มประทับใจ....TT^TT อร่อยกว่าการบินไทยอีก ชอบเนื้ออบกับมันฝรั่งมากๆ เลย เหอๆ แถมมีปลั๊กเสียบโน้ตบุ๊ค (ให้เรานั่งเจ็บใจเล่นๆ เพราะซ่อมคอมเสร็จไม่ทัน) ให้อีกต่างหาก โฮกกกกก.............

มาถึงสนามบินเพียร์สันแล้วเราก็ไปผ่านคัสตอม แล้วก็เข้าอิมมิเกรชัน ก่อนจะไปแบกกระเป๋าลงจากสายพาน โชคดีที่มีรุ่นพี่คนไทยที่เข้าภาคเดียวกันในปีนั้นมารับพอดี ก็เลยรอดตัวไป ไม่ต้องหอบมาก

มือถือที่เปิดโรมมิ่งมาจากเมืองไทยตอนฮ่องกงยังโทรได้ แต่มาถึงแคนาดาปุ่มกดโทรเข้า+รับสายดันเจ๊งซะงั้น กดทีไรเครื่องค้างทุกที มือถือกับการ์ดโฟนของรุ่นพี่ที่มารับก็ดันเจ๊งพร้อมๆ กัน ติดต่อใครไม่ได้เลย เหอๆ สุดท้ายต้องใช้วิธีส่งเมลล์จากเครื่องที่ศูนย์บริการของหมู่บ้านเอา...- -

บ้านเมืองที่นี่ดูสวยมากเลย ถูกใจ 555 ที่จริงก็ปลื้มแคนาดามาตั้งแต่อ่านหนังสือของแอลเอ็มมอนต์โกเมอรี่ตอนเด็กๆ แล้วหละ เรื่องแรกที่อ่านก็คือ Anne of Green Gables (ที่เจ๊แกเอาไปเขียนในไซเป็น Red-haired Heenim บ่อยๆ ก็มาจาก Red-haired Anne ซึ่งเป็นนางเอกของเรื่องนั่นแหละ 555) เนื่องด้วยบ้านพักของเรานั้น...ถึงจะไม่ได้เต็มไปด้วยแดนดีไลออน แต่มันก็มีแดนดีไลออนอยู่ทั้งข้างบ้าน หน้าบ้าน หลังบ้าน เราก็เลยตั้งชื่อมันเป็น Tampopo Gables เสียเลย 555 (อย่าถามว่าโรคคลั่งไคล้ทัมโปโปะนี่มันมีที่มาจากไหน 555)

สภาพห้องนอนในคืนแรกเตรียมมาแค่ผ้าปู หมอนก็เอาผ้าพันคอม้วนๆ หนุนไปก่อน ส่วนผ้าห่มก็เอาผ้าเช็ดตัวแทน แต่อากาศก็ไม่หนาวมาก เปิดหน้าต่างนอนก็พอรอดไปได้หนึ่งคืน

080905

เช้าวันนี้มีปฐมนิเทศ เราไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเจ็ทแล็ก ต้องขอบคุณวิธีแก้ที่เลอแนะนำมาตั้งแต่ตอนอ่านหนังสือเตรียมสอบ GRE ตอนเช้าตื่นมาถ่ายรูปในบ้าน ที่นอนคืนแรกก็เป็นอย่างที่เห็นเนี่ยแหละฮับ

ปลายเตียงมีลิ้นชักกับตู้เสื้อผ้าให้ (เราใช้ตากผ้าแทน ที่นี่แดดดีมาก ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องตากผ้า)

ส่วนนี่ก็โต๊ะหนังสือที่ยังจัดไม่เสร็จ ยัดๆ แยกลิ้นชักไว้ก่อน

ข้าวของบนโต๊ะที่ส่อถึงความเป็นโอตาคุของเจ้าของห้อง 555 (ทำไมมีแต่หน้าอาเจ๊...กร๊ากกกก....!!!) ฟิกสองเล่มทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วในการฆ่าเวลาบนเครื่องบิน (ถึงจะใช้เวลากับฟิกไม่เยอะเท่าการนอนกับการอ่านเท็กซ์ก็เถอะ - -) ส่วนถุงผ้าอันนั้นเพื่อนจูนกับเพื่อนกอล์ฟและน้องวิวซื้อมาให้เป็นของขวัญก็เลยหิ้วมาใช้ช็อปปิ้งที่นี่ (ส่วนเข็มกลัดที่มาด้วยกันก็....ก็...อะนะ...แฮ่ๆ ยกให้คนที่เค้าชอบไปละกัน)

กองนี้มีส.ค.ส.จากป่าน กิโรโระจากเลอ แล้วก็ฟิกเกอร์เรย์จังที่ซื้อเอง ตอนนี้ยังไม่มีหูฟังมาเปิดเพลงของคาจิอุระซังฟัง ก็ดูหน้าคางาริจัง ตัวละครโปรดที่คาจิอุระซังแต่งเพลงให้ไปก่อนละกัน...เหอๆ

ห้องน้ำไม่กว้างมาก อันนี้ถ่ายภาพสะท้อนในกระจกเอา แต่รวมๆ ก็โอเคอ้ะ มีลิ้นชักใส่ของสี่ชั้นสำหรับคนในบ้านแบ่งกันใช้สี่คน

ส่วนนี่ก็ห้องครัว มีที่ให้เก็บของล้านแปด มีซิงค์น้ำ เตา ตู้เย็น พร้อมหมด

 

 ห้องนั่งเล่นก็กว้าง แต่ไม่ยักมีใครลงมาใช้ ตอนนี้มีคนเข้ามาอยู่แล้วสามคนจากสี่คน แต่พึ่งเจอแค่แคธลีนที่เป็นคนแคนาดา ส่วนเวโรนิก้าที่มาจากรัสเซียนี่เห็นแต่ของ ยังไม่เห็นตัว - - คนสุดท้ายเป็นคนจีนชื่อหวาง ถิง จะมาหลังเปิดเทอมไปแล้ววันนึง นอกจากแคธลีนแล้วอีกสามคนเรียน Math หมด


อากาศที่นี่เปลี่ยนไวจริงๆ ตอนเช้าเดินถ่ายรูปในบ้านแดดยังดีๆ อยู่ พอออกจากบ้านฝนก็ตกซะแล้ว เลยไม่ได้ถ่ายอะไรที่มหาลัยเลย - - คณะ Math ที่นี่มีสีประจำคณะเป็นสีชมพู มีไทเป็นสัญลักษณ์คณะ ตอนไปถึงก็มีไทผ้าสีชมพูอันมหึมาห้อยอยู่ที่ตึกคณะเพื่อต้อนรับน้องใหม่ เด็กป.ตรีที่พึ่งเข้า (รู้สึกว่าชีวิตนี้หนีสีชมพูไปไม่พ้น 555) ตึกที่นี่ส่วนใหญ่เป็นอิฐสีเอิร์ธโทนหมดเลย ดูแล้วสบายตา ชอบแนวการตกแต่งแบบนี้แหละ มีแค่ตึกของภาคคอมที่ประหลาดกว่าชาวบ้าน ใช้โครงสร้างเป็นโลหะเป็นพลาสติกซะเยอะ แล้วก็ทาสีสดๆ ให้อารมณ์เหมือนสนามเด็กเล่นยังไงพิกล วันไหนว่างๆ+แดดดีๆ จะถ่ายรูปมาให้ดู

เข้าไปปฐมนิเทศวันนี้ยังฟังออกมั่งไม่ออกมั่งอยู่ แต่ก็พอรู้เรื่อง หัวข้อปฐมนิเทศที่นี่ดูแตกต่างจากบ้านเราโดยสิ้นเชิง เค้าไม่บอกเรื่องเกี่ยวกับการเรียนเลย แต่จะเป็นพวกสิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆ ที่เรามีสิทธิเรียกร้องได้ ไปจนถึงเรื่องของความซื่อสัตย์ในวงการศึกษา จะมีเอกสารให้เซ็นเลยว่าเราต้องรับรู้กฎระเบียบเกี่ยวกับเรื่องของการอ้างอิงผลงาน ข้อห้ามในการดัดแปลง คัดลอก หรือต่อยอดแนวความคิดของคนอื่น แล้วก็เรื่องอื่นๆ อีกเยอะ แต่ที่เน้นที่สุดคงเป็นเรื่องทีเอ ปีนึงแต่ละคนจะได้ทำทีเอสองถึงสามเทอม เป็นจุดมุ่งหมายของที่นี่เลยว่าต้องการให้จบมาแล้วไปเป็นครูสอนได้

ได้คุยกับเด็กในภาคที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันอยู่สามสี่คน มีฝรั่งแท้ๆ อยู่แค่คนเดียว แล้วก็มีคนตุรกีคนนึงชื่อดาย่า เค้าแนะนำตัวว่าเค้าเล่นไอซ์สเกตซ์เป็นงานอดิเรกด้วย (ว่างๆ จะแว่บไปดู 555) แล้วก็มีลูกครึ่งญี่ปุ่น-บราซิลชื่อคริส คนนี้แต่งงานแล้ว สามีเค้าก็เรียนอยู่ในภาคเดียวกัน ที่นี่จะมีออฟฟิศให้เด็กแกรดสองคนต่อห้อง เพื่อนร่วมห้องเราเป็นสาวฮ่องกงชื่อ Vris Cheung (เห็นชื่อแล้วใบ้กินเลยทีเดียว....- - อ่านไม่ออก) แถมยังได้งาน RA เฉยเลย (ได้ข่าวว่าไม่ได้ขอ) เค้าจ่ายให้เดือนละพันเหรียญ แต่ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธได้รึเปล่า เพราะนี่เพิ่งจะเทอมแรก (แต่เงินก็อยากได้นะ...555)

เพราะเรามาถึงใกล้เปิดเทอม เลยมีสถานที่ต้องไปติดต่อเรื่องนู้นเรื่องนี้ล้านแปด ยังจัดการไปไม่ถึงครึ่งเลย เหอๆ วันจันทร์คงต้องไปลุยต่อ พอหมดเวลาราชการก็นั่งรถไปซื้อของที่ห้างใกล้ๆ กับรุ่นพี่คนไทย ได้หมอน ผ้าห่ม คอม น้ำยาซักผ้า มือถือ ไม้แขวนเสื้อ กลับมา (ตอนพาเราไปเดินซื้อผงซักฟอก พี่เค้าเพิ่งรู้ตัวว่าอันที่ตัวเองใช้อยู่มันเป็นผงสำหรับล้างจาน ไม่ใช่ผงซักฟอก ซวยไป....)

มื้อนี้กินที่ห้าง เราซื้อข้าวร้านอินเดีย รวมภาษีสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้วหมดไปหกเหรียญกว่า...- - เกือบสองร้อยบาทได้ แถมอาหารยังหวานๆ เกือบทุกอย่าง หมดมื้อนั้นแล้วตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าพรุ่งนี้จะไปซื้อของสดที่ซุปเปอร์มาทำกินเองแระ...ไม่งั้นคงอยู่ไม่ได้ 555

คอมตัวใหม่เป็นเอเซอร์ดูอัลคอร์แรมสามกิ๊ก รวมประกันสามปีตกประมาณสองหมื่นต้นๆ มีปัญหากะวิสต้านิดหน่อยตรงที่เอาไฟล์จาก Notepad ในเครื่องเก่ามาเปิดในเครื่องนี้แล้วภาษาไทยมันกลายเป็นภาษาต่างดาว โชคดีที่ไฟล์สำคัญๆ เป็นภาษาอังกฤษซะเยอะ ส่วนมือถือเลือกซื้อแบบพรีเพดไป (ไม่กล้าเซ็นสัญญาสามปีอ้ะ เครื่องประเภทนั้นแบบขายฟรีเลยก็มี แต่ต้องจ่ายตั้งเดือนละ 35 ดอล แล้วพี่่ที่เค้ามาอยู่ก่อนก็บอกว่าบางข่ายที่มหาลัยมันไม่มีสัญญาณ ไม่อยากเสี่ยง) เครื่องละไม่ถึงเก้าร้อยบาท (เอิ่ม...มัน 29 เหรียญเองอ้ะ) แต่ขากลับพี่ดันพาขึ้นรถผิดสาย นั่งเลยไปถึงอีกเมืองนึงนู่น เลยกลับมาถึงบ้านดึก หมดแรงมานั่งเซ็ตคอม 555

080906

เช้านี้อากาศดี ก็เลยได้มาถ่ายรูปรอบๆ บ้าน ลงมานั่งทานอะไรตอนเช้าแล้วก็เหลือบไปเห็นข้างบ้านมีตัวตุ่นออกมาอาบแดดที่สนามหญ้า ก็เลยแอบซูมถ่ายจากห้องกินข้าว น่ารักดี

Edit : วันนี้คุยกับพี่ที่เรียนด้วยกันมา เค้าบอกว่ามันไม่ใช่ตัวตุ่นอ้ะ...=[ ]= แต่เป็นสัตว์ท้องถิ่นชื่อ Grasshog = = (หน้าแตกกระจาย...555 แบบ...เห็นอะไรขุดๆ รูอยู่เหมาว่าเป็นตุ่นหมด)

  

แล้วก็ออกมาถ่ายบ้าน 

ที่ประตูหน้าบ้านมีป้ายรูปเขียนชื่อคนในบ้านด้วย เห็นมีแปะอยู่เกือบทุกบ้านเลย น่ารักดี

 

จากนั้นก็ออกมาถ่ายผลหมากรากไม้ เริ่มด้วย..เห็ด!!! (เป็นมนุษย์ที่คลั่งไคล้เห็ดจริงๆ กรั้กๆๆ)

อันนี้คือตัวดอกของแดนดีไลออน หรือทัมโปโปะในภาษาญี่ปุ่น (ส่วนภาษาเกาหลีเรียกมินดูเร เราลงความเห็นว่าชื่อทัมโปโปะน่ารักสุด 555)

ส่วนนี่คือส่วนของเมล็ด ที่คนมักจะเรียกเป็นดอกกัน

นี่คือต้นที่อยู่หน้าบ้าน ใบทัมโปโปะหน้าตามีเอกลักษณ์มาก เห็นแค่ใบก็รู้แล้ว

ต้นนี้ไม่รู้จักจริงๆ ถ้าไม่นับหญ้า เจ้านี่น่าจะเป็นพืชชั้นสูงที่มีจำนวนมากที่สุดในหมู่บ้านแระ...- -

นี่เป็นต้นไม้ที่กำลังออกผลพราวอยู่หน้าบ้าน ดูจากหน้าตา+ลองเอาเม็ดมาผ่าดูน่าจะเป็นเชอรี่รึไม่ก็แครนเบอรี่ (ฝากเด็กไบโอช่วยตรวจสอบที...555) แต่ลองถามคนแคนาดาดูแล้วเค้าก็บอกว่าไม่รู้จัก อาจจะเป็นต้นอะไรประหลาดๆ ยิ่งกว่านี้ก็ได้มั้ง....- -

เข้ามาดูกิ่งก้านสาขาใกล้ๆ

ซูมให้ดูเต็มๆ ช่อ สีมันสวยมากเลย ลูกแดงๆ กับใบเขียวๆ

ต้นสนบ้านเราก็มี แต่ไม่ค่อยได้เห็นลูกสนสะพรั่งไปทั้งต้นแบบนี้เท่าไหร่

ตอนบ่ายออกไปหาซื้อเสบียงมาใส่บ้าน โชคดีที่แคธลีน (เพื่อนร่วมบ้านชาวแคนาดา) มีรถ เค้าเลยพาไปซื้อที่ซุปเปอร์ที่ถูกสุด (แต่อยู่ห่างจากบ้านมากสุด) ได้ของกลับมาเยอะมาก ไข่ฟองนึงซักสิบบาทได้มั้ง ส่วนกล้วยโชคดีที่หาซื้อถูกๆ ได้ ตกลูกละสิบบาทเหมือนกัน ข้าวถุงเล็กราคาเจ็ดสิบกว่าบาท (อันนี้ของจำเป็น...จะถูกจะแพงก็ต้องซื้อ....T^T) หัวหอมกับแตงร้านก็หัว/ลูกละสิบกว่าบาท (แต่ใหญ่ได้ใจมาก แตงร้านนี่..ต้มจืดครั้งนึงแบ่งหนึ่งส่วนสี่ลูกอ้ะ) ส่วนนมมียี่ห้อเดียว เลือกไม่ได้ แต่ขนาดสลิมมิลค์ของเค้ามันยังดูข้นกว่านมทั่วๆ ไปบ้านเราเลย....- - (ไม่แปลกใจว่าทำไมฝรั่งถึงอ้วน) ตอนแรกเห็นชา Twinings วางเรียงเป็นทิวแถว แต่ดันไม่มี Ceylon - - แต่ชายี่ห้ออื่นๆ มีออเร้นจ์พีโกขายเยอะมาก ท่าทางในแคนาดาจะเป็นที่นิยม

เรื่องที่แปลกอีกอย่างก็คือพวกอาหารที่ติดยี่ห้อว่าเป็น Thai Style, Thai Flavour, และ Thai บลาๆๆ ซึ่งมีเยอะมาก แคธลีนบอกว่าคนที่นี่จะฮิตอาหารแบบไทยๆ ต่อให้ไม่ใช่อาหารไทยก็จะเติมคำว่าไทยลงไปเพื่อดึงดูดลูกค้า ประมาณนั้น...(คงเหมือนขนมซองๆ บ้านเราที่เดี๋ยวนี้มีรสสาหร่ายเกาหลี วาซาบิญี่ปุ่น อะไรทำนองนั้นมั้ง) มีอันนึงเห็นแล้วขำมาก มันเขียนว่า Thai Style Tofu เป็นเต้าหู้บดผสมวาซาบิกับมะม่วงกวนแล้วเอาไปอัดพิมพ์ (มีตรงไหนที่เป็นไทย...-*-) พอถามแคธลีนเค้าก็บอกว่าอะไรที่เผ็ดๆ คนที่นี่ก็จะโบ้ยให้เป็นของไทยหมด 555

นี่ก็อาหารมื้อแรกที่ทำกินที่นี่ มีต้มจืดผักกาด (ชนิดที่ถูกสุดในซุปเปอร์ 555) กับแตงกวา ใส่ลูกชิ้นไก่สับ (ซื้อปีกไก่มาเลาะเนื้อมาสับ เก็บกระดูกไว้ต้มซุป) ใส่ซุปก้อนคนอร์รสเนื้อ แล้วก็มีปีกไก่ทอด  หมักๆ ใส่เกลือใส่พริกป่นนิดหน่อยแล้วก็ทอดธรรมดา ส่วนข้าวเราชอบกินข้าวกล้องอยู่แล้ว ใช้หม้อแบบมีฝาครอบหุงเอาบนเตา ก็จะออกมาแฉะๆ แบบที่เห็นนี่แหละ (สังเกตดีๆ จะเห็นว่า...กระทั่งจานชามก็ยังเป็นลายดอกไม้กะผีเสื้อ ของเก่าติดบ้านพักไม่ได้ซื้อมาเองด้วยเหอะ..เหอๆ รู้สึกจะหนีไปไหนไม่ค่อยพ้นจริงๆ เล้ย....อะไรแบบนี้อ้ะ...คึคึ)

080907

วันนี้ตื่นเช้า เลยนั่งทำบ้าทำบอมาตั้งแต่ตีสี่ ทั้งจัดของ จัดเอกสาร ทำบัญชี จัดการไฟล์ในคอม บลาๆๆ เหลือบไปเห็นพระอาทิตย์ขึ้นสะท้อนเงาอยู่ในกระจกบ้านฝั่งตรงข้าม เลยรีบวิ่งถือกล้อง ใส่เสื้อกันหนาวทับชุดนอน ลากผ้าใบออกจากบ้านทั้งๆ ที่ยังไม่ใส่ถุงเท้า...แต่จากบ้านเราดันไม่มีมุมให้ถ่าย.....- - แต่ก็ได้ภาพรุ้งกินน้ำมาแทน (ตัวใหญ่เบ้งมาก สีสดอีกต่างหาก เหอๆ)

ตอนเย็นมีงานปาร์ตี้ที่ศูนย์ของหมู่บ้านก็เลยแว่บไปกับแคธลีน ได้ทำความรู้จักกับเด็กเยอรมันบ้านข้างๆ ที่มาจากเยอรมันเพื่อเรียนวรรณคดีเยอรมันในแคนาดา (ฟังดูแปลก...แต่รู้สึกในเยอรมันเค้าจะนิยมแบบนี้กันอ้ะ) อากาศหนาวมากๆ ทั้งๆ ที่แดดยังเปรี้ยงอยู่เลย ทีแรกนึกว่าเราหนาวอยู่คนเดียว แต่ฝรั่งคนอื่นๆ ก็หนาวเหมือนกัน พอกินเสร็จก็เลยรีบกลับบ้าน

วันนี้เจอเวโรนิก้าแล้ว สาวรัสเซียน่ารักอย่างที่แกคาดไว้จริงๆ ด้วยโหน่ง 555 พรุ่งนี้จะเริ่มเรียนแล้ว ถ้ามีอะไรสนุกๆ จะมาเล่าให้ฟังอีกนะ

edit @ 9 Sep 2008 07:50:19 by Kagaribi No Hanabira

edit @ 1 Oct 2008 09:11:08 by Kagaribi No Hanabira

edit @ 11 Nov 2008 11:58:48 by Kagaribi No Hanabira

Comment

Comment:

Tweet


อยากเห็นหน้าพี่หนุ่ยเวอชั่นปัจจุบัน

ถ่ายรูปตัวเองมาให้ดูด้วยนะคะ ไม่ได้เจอกันปีกว่าละ
#24 by tannon (88.104.146.34) At 2008-10-06 22:09,
ไปถึงแล้วเน้อ....^^

เพิ่งได้เข้ามาอ่านนะเนี่ย

เรียนหนักมากมั้ย งานยุ่งรึเปล่าเอ่ย

บ้านน่าอยู่มากๆ ดูอบอุ่นดีจัง^^




ปล.นิดนึง....อุตส่าห์หอบคนสวยคนนั้นติดไปถึงแคนาดาด้วยเลยนะนี่
ยังไงก็ยังคงเป็นฮีชอลลี่ไม่มีเปลี่ยน

ห่ะๆๆๆๆๆๆๆ
#23 by cu2524