Cartoon

Review 9-JUN-2006 วันแห่งความตื้นตันใจ

วันที่ 9 มีใครได้ไปลานพระรูปทรงม้าบ้าง..ขอมือหน่อย...

เราคนนึงหละที่ไม่ได้ไป...นั่งดูทีวีอยู่บ้าน แต่แค่ภาพบรรยากาศที่เห็นก็ทำให้น้ำตาไหลได้โดยไม่รู้ตัว

นึกดูสิ...คนจากไหนบ้างก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด มาออกันแน่นลานพระบรมรูปจนเลยออกมาถึงสะพานมัฆวาน แล้วก็ล้นออกไปจนถึงผ่านฟ้า ทุกคนมารวมตัวกันด้วยจุดประสงค์เดียวกันแท้ๆ คือหวังจะได้เฝ้าชมพระบารมี แม้จะไม่มีโอกาสได้เห็นด้วยตาตัวเองแต่ก็ขอมีส่วนร่วมกับบรรยากาศแห่งความยิ่งใหญ่ครั้งนี้สักนิดก็ยังดี

เพราะฉะนั้น..ใน Entry นี้ก็จะขอแปะรูปทั้งหลายทั้งปวงที่ว่าด้วยงานฉลองครองราชย์ครบ 60 ปีที่เราตระเวนถ่ายมาให้ทุกท่านชมนะคะ

เริ่มจากวันที่ 8 ก่อน...วันนี้ที่ใต้ตึกในคณะมีงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเล็กๆ แต่จัดสวยดี ก็เลยถ่ายรูปมาฝาก

โต๊ะหมู่บูชา (เรียกอย่างงี้ถูกมั้ยเนี่ย) กับบอร์ดพระราชกรณียกิจ

ซุ้มทางเข้า กระดาษรูปหัวใจเหลืองๆ คือคำถวายพระพรที่คนร่วมงานเขียนมาแปะไว้

ซูมช่อดอกไม้ (?) นิดนึง สวยดี

วันที่ 9 ตอนเช้าไม่ได้ออกไปก็จริงแต่ช่วงเย็นได้อยู่ดูพลุตอนจุดเทียนชัยถวายพระพรที่สนามหลวง พี่สาวเราก็จัดแจงหาขาตั้งกล้องมาถ่ายตรงระเบียงห้องนอน แต่กว่าจะปรับกล้องปรับอะไรได้เข้าที่เข้าทางเค้าก็หยุดจุดพอดี T T

อันนี้เป็นภาพเดียวที่เห็นพลุเป็นตัวเป็นตน (จากการมั่วของพี่เรา)

ส่วนอันนี้เป็นพลุดอกสุดท้ายที่เค้าจุดกัน แต่มันดันไม่แตกซะนี่!!! ลอยไปลอยมาเป็นหิ่งห้อยยักษ์อยู่ซักพักก็ดับไป

เย็นนี้จะออกตระเวนถ่ายอีกรอบนึงค่าาาา... แต่ช่วงที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจแบบนี้เราก็ต้องพก...

King Of Protecttion Generally Applied Bag : KOPGAB
หรือที่รู้จักในชื่อสามัญว่า...ถุงก๊อบแก๊บ!!!! (อ้างอิงจากพจนานุกรมฉบับหอยหลอด)
ไว้ใจได้ว่ากล้องดิจิตอลของคุณจะปลอดภัยจากหยดน้ำและความชื้น ที่จะทำให้เลนส์ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณต้องมัวหมอง (หรือจะเป็นลูกสาวสำหรับคนบางคน..แต่เราเรียกหลานชายค่ะ ^ ^ เพราะเป็นกล้องของน้อง) หาพบได้ง่ายทั่วราชอาณาจักรไทย

แล้วงวดหน้าจะมาแปะเพิ่มค่ะ ^ ^

แปลเพลง Sokyuu No Fafnir ระลอกแรก

แล้วเราก็ต้องบันทึก Fafnir เอาไว้ในฐานะที่เป็นอนิเมเรื่องแรกท่ำให้เราร้องไห้เร็วที่สุด! ตั้งแต่ตอนที่ 6 แน่ะ ช่วงหยุดยาวเราครึ้มอกครึ้มใจนั่งดูไปอีก 7 ตอน (ขณะนี้จอดอยู่ที่ตอน 9 เอิ้กกกกก....การบ้านจ๋า..รอหนูก่อน...) แล้วก็บังเกิดความอยากแต่งเพลงเปิดกะปิดขึ้นมา โดยอาศัยเนื้อกะคำแปลที่อยู่ใน DVD (ใครมี mp3 เต็มๆ สงเคราะห์ข้าเจ้าหน่อย T T) คืนเดียวปั่นเสร็จทั้งเพลงเปิดและปิด แต่เพลงปิดอีกเวอร์ชันนึงที่ใช้ในตอน 6 กับ 9 ยังไม่ได้แต่ง T T เสร็จเมื่อไหร่จะเอามาแปะค่ะ ติชมกันหน่อยนะคะ

อธิบายไว้หน่อย เผื่อใครยังไม่ชิน เนื้อไทยที่แต่งออกมาจะเว้นวรรคตามเนื้อโรมันจินะคะ เวลาร้องตามจะได้ตามได้ง่ายว่าคำไหนร้องยังไง

Shangrila (OP)

Oro-ka de ii no darou
มันอาจจะดูโง่เขลา
แม้มัน-ไม่ มี ค่าพอ ที่ จะทำ
miwa-tasu yume no ato
ที่เอาแต่จ้องมองร่องรอยแห่งความฝัน
ชั้นยัง-เฝ้าแต่ จ้องมอง ฝัน เลือนราง
sayonara aoki hi-biyo
ลาก่อน วันคืนแห่งท้องฟ้าสีคราม
คงต้องเอ่ยลา ไปจากฟาก ฟ้า-สีคราม

nagare nimi wo ma-kase
ปล่อยร่างกายให้ไหลไปตามสายธารกาลเวลา
ธารเวลา ที่ชั้น ล่อง ลอย-เลื่อนผ่าน
itsu-ka o-tona ni na-tteyuku
คงมีสักวันที่เราจะเติบโตขึ้น
ย่อมมี-ซัก วัน-ที่ทุก ทุก คน-ต้องเปลี่ยนแปลงวัย
sukoshi zutsu yogo-rete
ค่อยๆ ซึมซับรับความผิดพลาด
จงจดจำ ทุกสิ่ง ที่ผิด-พลั้งไป
yuku koto na no
ทีละเล็กทีละน้อยเข้าไป
ให้ฝัง ลึกลง ใน ใจ

ju-kushita ka-jitsu dake e-rabarete
ผลไม้ที่ดูสุกงอมเมื่อเลือกเก็บมาได้
ยาม-ผลไม้ ที่-ได้พบ สุกงอม พอ-ที่จะเก็บเกี่ยว
nai-fu de saka-rete
ก็เฉือนด้วยมีดอันแหลมคม
ก็จง-ฝานหั่น ด้วยปลาย-มีดคม
nomiko-mare-ru maeni
ก่อนที่จะกลืนกินลงไป
แล้วกินมัน-ลงไป-ใน ตอนสุดท้าย

bokura wa mezashita Shangri-La
จุดหมายของพวกเราที่จะมุ่งไปนั้นคือ
จุดหมายที่ เรา หวังจะไขว่คว้า แชงกริล่า
yokubou wa o-sae-kire-zu ni
ความปรารถนานั้นยากที่จะหักห้ามได้
ปรารถนา ที่ ฉัน-ไม่สา-มารถลืม-ร้าง ไป
kuusou ni ma-mireta
จิตใจที่เต็มไปด้วยความเพ้อฝันอันนั้น
กับความฝัน ที่ เอ่อ-ท้นหัวใจ
jiyuu wo mo-tome tsuzu-keta
ผลักดันให้เราแสวงหาอิสรภาพของตน
คอยผลักไส ให้ ชั้น-ออกบิน ไปสู่-ฟากฟ้า

ima-nara ieru darou
ถ้าจะพูดตอนนี้ล่ะก็
ถ้อยคำ-คำหนึ่ง หวังให้เธอ จงจำ
koko ga so-u ra-kuen sa
ที่แห่งนี้แหละที่อาจจะเป็นสรวงสวรรค์
ที่นี่ เป็น ดั่ง-สรวง ส-วรรค์แสน งาม
sayonara aoki hi-biyo
ลาก่อน วันคืนแห่งท้องฟ้าสีคราม
คงต้องเอ่ยลา ไปจากฟาก ฟ้า-สีคราม

ED Ver.1 (ชื่อเพลงยังไม่รู้เลย..เวรรร...)

ma-bushi sugi-ru asa wa
แสงยามเช้าที่ส่องสว่างเข้ามา
แวว-รวี ยามเช้า-ที่ สาดส่องมา
a-kirame i-zanaun dane
ทำไมถึงได้ดลให้รู้สึกสิ้นหวังเพียงนี้นะ
เหมือน-แสงยามอุ ษา-พาให้หวัง ดับไป
su-bete sara-kedashite
ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากสละร่างของฉัน
อยาก-ให้ตัว เองนั้น-ลบเลือนไป
kono mi wo yu-daneru
แทนตัวเธอที่จะจากไปแบบนี้
ดีกว่า ให้ เห็น เธอ-ต้องไกลห่าง

nigirishimeta tsumeta-i yubi
ฉันรู้สึกได้จากปลายนิ้วอันเย็นยะเยือกของเธอ
ต่อให้ได้สัมผัสเพียง ปลายนิ้วที่-แสนเยือกเย็น
kimi wa kanashi-ku wa-rai
ถึงความโศกเศร้าของเธอที่พยายามฝืนยิ้ม
ก็เหมือน ได้ เห็นความเจ็บ-ปวด ใน-ยิ้มนั้น
boku wa ka-keru
แต่ฉันก็ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำพูด
ฉันไม่ อาจ เอ่ย-ถ้อยคำ
koto-ba mo naku
หรือร่ำไห้กับเธอ
ฉันไม่-อาจ หลั่ง น้ำตา
keshiki wa ni-chimu
ได้แต่ปล่อยให้ภาพนั้นเลือนหายไป
ได้แต่ปล่อย ให้ มัน-เลือนหาย

hajimareba izure owaru
เมื่อเริ่มต้นขึ้น มันก็จะจบลงในไม่ช้า
ถ้ามีคนออกเดิน ไม่ช้าก็ จะหยุดลง
kire-iko to na-do i-ranai
โดยที่ไม่ได้สมหวังเสมอไป
แหละใช่-ว่าใคร ต่อ ใคร-จะ ต้อง-สมหวัง
seme-te ki-mi wo
อย่างน้อยขอเพียงแค่
ตัวชั้น-ก็ ขอ-แค่ เพียง
ata-tame-tai
ถ่ายทอดความอบอุ่นให้กับเธอ
ได้ปัน-แบ่งไอ-รักอุ่น
honno suko-shino
แม้เพียงแค่นิดเดียวก็ตาม
แม้ครู่คราว ที่พบ-กับเธอ
jika-n wo ata-ete kami-sama
ได้โปรดประทานเวลาให้ด้วยเถิดพระผู้เป็นเจ้า
วอนขอ-ต่อ พระ ผู้อยู่-เหนือใคร ขอเพียง-เวลา

Credit เนื้อโรมันจิและคำแปลไทย จาก DVD อนิเมชั่น เรื่อง Sokyuu no Fafnir บ.TIGA


edit @ 2006/06/11 15:19:10
edit @ 2006/06/19 13:28:30
edit @ 2006/08/08 16:35:21
edit @ 2006/08/08 16:35:36

ขอแก้ตัวเรื่องรูปวันรับปริญญา...ใครที่ถ่ายกะเราแล้วไม่มีรูปแปลว่ามันอยู่ในกล้องอื่นที่ไม่ใช่กล้องเราเน่อ...ซึ่งกว่าจะได้รูปมาก็หมดแรงอัพแล้ว..ขออภัย

วันนี้จะลงรูปวาดเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำบล๊อกเลยใช่มั้ยนี่...รับประกันซ่อมฟรีว่าบล๊อกต้องเบี้ยว!!!

อาจตัองเท้าความเล็กน้อยสำหรับคนไม่ดูกันดั้มซีดภาคเดสตินี่ (แต่เข้าบล๊อกนี้..?คงมีบ้างแต่คาดว่าน้อย) สาวน้อยที่เราวาดชื่อ Stellar Loussier เป็นตัวละครโปรดตัวนึงของคุณกระป๋องนะฮะ (จำได้ว่าในบล๊อกคุณกระป๋องมีรูปถ่ายฟิกเกอร์ของเธอคนนี้อยู่ด้วยน่อ) เหมือนจะได้คู่กะพระเอกที่ชื่ออีตา Shinn Asuka(ที่ดูจนจบแล้วคุณจะไม่แน่ใจว่าหมอนี่มันพระเอกรึตัวประกอบหน้าตาดีกันแน่) แต่ดันตายกลางเรื่อง ด้วยความหงุดหงิด+เซ็งคนสร้างการ์ตูน แฟนๆ ที่คลั่งไคล้เช่นข้าพเจ้าก็เลยแต่งฟิกแล้วจับให้คู่นี้มาเป็นพระเอกนางเอกซะเลย นานทีปีหนก็จะครึ้มอกครึ้มใจวาดรูปประกอบจากเหตุการณ์ในฟิกตัวเองแล้วเอามาแปะให้ชาวบ้านดูฮับ

เนื่องจากเราเพิ่งสอบเสร็จเมื่อวาน..แถมมีโปรเจ็กท์จะส่งงานประกวดในงาน Mainichi ที่มาบุญครองซึ่งจะหมดเขตวันจันทร์นี้!!!(นั่งทำมาจนถึงเช้าเนี่ยแหละ!!! ถ้าเสร็จเมื่อไหร่จะเอามาแปะให้ดู มันเป็นงานประกวด Game Character Design อ้ะ) ก็เลยไม่มีเวลาประดิดประดอยอะไรมาก เอาแค่ภาพขาวดำไปดูก็แล้วกัน

สเตลลาร์ในฟิกที่แต่งเป็นผู้พยากรณ์ในตำนานโบราณ ก็เลยสร้างให้มีรูปวาดเก่าๆ ของสเตลลาร์อยู่ด้วย จริงๆ ก็วาดเป็นเส้นร่างๆ บนกระดาษขาวดำธรรมดาแหละ ลายข้างหลังนี่แต่งเอาในโฟโต้ช็อปจะได้ดูเก่าๆ ไง (ไม่ค่อยลงทุนเล้ยยย...^ ^ll) ถ้ายังจำกันได้...เรานั่งวาดตอนประชุม SciCamp 555

อันนี้รูปคู่ บักชินหัวยุ่งสุดๆ ทีแรกไม่ได้กะจะลงผมแต่พอดีปากกาหัวแตก+หมึกใกล้หมด ก็เลยเอามาถมๆ ซะ เพราะไม่ได้ร่างไว้ก่อนก็เลยออกอาการเละเทะแบบที่เห็นนี่แหละขอรับ ส่วนรูปผู้หญิงร่างไว้ตั้งแต่ตอนเรียนTopology (จำได้เพราะมีหมิ่นคอยแหย่อยู่ข้างๆ)

ครั้งหน้าคิดว่าคงจะเป็นรูปที่ส่งประกวดงาน Mainichi นะ คงเสร็จในวันสองวันนี่แหละ (ก็มันหมดเขตมะรืนนี้นี่!!!)

ปล. แม้งาน LATEX ที่ต้องส่งวันศุกร์หน้ายังไม่ได้ทำก็ตามที..แต่ไงๆ เราก็ต้องไปทำที่มหา'ลัยอยู่แล้ว(เพราะโปรแกรมหอยหลอดตัวนี้กินทรัพยากรไดรฟ์ซีมหาศาลจนโน้ตบุ๊คแก่ๆ ของเราไม่อาจจะรับได้..เอิ้กกกก...) เพราะงั้น..การที่เรามานั่งวาดการ์ตูนวันเสาร์อาทิตย์จะไม่ทำให้งานตัวนี้เสร็จช้าหรือเร็วขึ้นแต่อย่างใด!!! (แก้ตัวกันซะอย่างงั้น...)


edit @ 2006/08/08 16:35:03


ปิยฉัตร ศรีประทักษ์
View full profile