เรื่องมันมีอยู่ว่า...ปีนี้ไปดูละครสถาปัตย์กับน้องที่เป็นนายกคณะ แล้วน้องก็ขอร้องว่า...งานรับน้องปีนี้อยากให้มีเพลงร้องส่งน้องก่อนกลับบ้าน ให้เราช่วยแต่งให้หน่อย เอาเพลงเก่าๆ มาใส่ทำนองก็ได้ เราก็ยังไม่ได้ตกปากรับคำอะไรแน่นอน...แต่ละครเจ้ากรรมดันเปิดเพลงเพลงนึงที่ทำให้เราปิ๊งขึ้นมาได้นี่สิ ตอนนั่งรถกลับบ้านก็เลยนั่งนึกเนื้อไปเรื่อยๆ แล้วก็คุยเพลงในคอมออกมาฟัง ปรับๆ แต่งๆ เนื้อให้มันเข้ารูปเข้ารอย สรุปว่าเพลงที่น้องขอเมื่อตอนเย็นนั่งจิ้นอยู่ประมาณเที่ยงคืนก็เสร็จเรียบร้อย...
ยังกะประวัติเพลงมหาลัยเพลงนึง "...มีลูกศิษย์ขอให้ท่านช่วยแต่งให้อย่างกะทันหันเพื่อใช้ในงานงานหนึ่ง..." ใครอยู่จุฬาฯ ก็ไปเช็คเอาละกันว่าเป็นเพลงอะไร แต่เรื่องมันไม่จบแค่นั้นน่ะสิ...
พอวันรุ่งขึ้นเอาเพลงนี้ไปเสนอน้องๆ ที่คณะก็ได้รับคอมเม้นท์ว่า.."มันร้องยากมากเลยนะพี่..."
ถ้าเทียบกับทำนองต้นฉบับเราใส่เนื้อไว้ตามทำนองเป๊ะๆ ก็จริงอยู่ แต่ถ้าจะให้คนร้องร้องตามทำนองที่บรรเลงด้วยเปียโนก็คงหมดลมตายเพราะทั้งเพลงแทบจะไม่มีพักเลย แต่ตอนเราเอาไปเสนอน้องเราให้ชาย-หญิงร้องสลับกัน จะได้มีเวลาหายใจมั่ง แต่ในแง่ปฏิบัติมันไม่เวิร์คแฮะ สุดท้ายก็มาลงตัวที่การลากเสียงคำสุดท้ายของแต่ละท่อนแล้วเพิ่มจังหวะหยุดเข้าไป
แถมเพลงนี้ต้องแต่งให้คนหมู่มากร้องได้ในเวลาอันสั้น น้องก็เลยขอให้เราปรับแต่งให้มันสั้นขึ้นง่ายขึ้นเยอะแยะมากมาย ทั้งทำนองและเนื้อหาบางส่วนก็เปลี่ยนไปด้วย จากตัวต้นฉบับเราทำไว้เกี่ยวกับดวงดาวมันก็กลายเป็นดวงจันทร์แทน เพลงที่เราแต่งก็เลยกลายเป็นแค่ Prototype ไปด้วยสาเหตุนี้
ตัวจริงที่มีชื่อว่าเพลง "คือจันทร์" (เป็นชื่อที่น้องๆ เสนอขึ้นมาแล้วฟังดูโอเคสุด...อีกสองชื่อคือ "แก่นแท้ของดวงจันทร์" (คนเสนอคงดู FMA มากไปนิด) กับ "บางระจันวันเพ็ญ" (นี่ก็ชาตินิยมไปหน่อย) เราเห็นชอบกับที่ประชุมทันทีว่าใช้ชื่อ "คือจันทร์ไปเต๊อะ...") ซึ่งมีการดัดแปลงทำนองไปแล้วและร้องไปตอนรับน้องเรียบร้อยแล้ว ขออนุญาตไม่นำมาเผยแพร่นอกคณะนะคะ จะแปะเฉพาะตัวโปรโตไทป์ที่ไม่ได้ใช้ก็แล้วกัน
ทำนองนำมาจากเพลง Cantata ของ Bach ท่อน "Jesus, Joy of the Man Desire" Version เปียโนที่ใช้บรรเลงประกอบใน The End of Evangelion ค่ะ (หลายคนเห็นตรงกันว่าเป็นเวอร์ชั่นที่แปลกประหลาดที่สุดของเพลงนี้แล้ว...เพราะมันฟังดูไม่ "Joy" เอาซะเลย!!)
Link เพลงค่ะ (ใช้ Yousendit) ไปก่อนละกัน...ยังหาที่ฝากไฟล์ไม่ได้
http://www.yousendit.com/transfer.php?action=download&ufid=71CF94FD17AE24EB
ท่อนที่นำมาใส่เนื้อคือสองท่อนแรกของเพลงเท่านั้นค่ะ ส่วนท่อนสามและสี่ในเพลงที่เราแต่งจะใช้ทำนองซ้ำท่อนที่สองและหนึ่งตามลำดับ (เป็น ABBA น่ะค่ะ)
(A) ในวันวาน เมื่อนานมา นั้นเราเคย
เฝ้ามองฟ้า ดารดาษ ด้วยดวงดาว พราวนภา
ว่าเป็นดัง แสงตะเกียง อันวับวาว ที่สวรรค์ ท่านประทาน
แด่มนุษย์ ทุกทุกคน เพื่อเป็นดัง
แสงที่ฉาย และสาดส่อง เพื่อนำทาง ให้พวกเรา ได้ข้ามพ้น คืนมืดมน
แต่เหล่าเด็กน้อย ก็ยังอยากที่จะรู้
(B) เหตุใด ดวงดาว นั้นจึง
สุกสกาว และพราวพราย ไม่เลือนร้าง และแสงดวง ดาวเหล่านั้น มาจากไหน
จะส่องแสง ได้ยาวนาน ถึงยามใด
และตัวชั้น นั้นจะเก็บ เอาดวงดาว ทุกทุกดวง บนฟากฟ้า มาได้ไหม
(B)นี่คือ ที่มา ของเรา
เป็นรากฐาน ค้ำประคอง ให้ทุกวิท- ยาการ ที่ได้สรรค์ ได้สร้างมา
เริ่มที่คำ ถามในใจ แล้วเราจึง
เริ่มไขว่คว้า หาปลายเหตุ ที่บันดาล ให้โลกเรา เป็นไปดัง ที่มันเป็น
(A)ในวันนี้ ฉันมองดาว ด้วยดวงตา
ที่แปรผัน ไปจากเก่า ว่าที่เห็น เป็นแค่เพียง
แสงที่เดิน ทางข้ามมา ผ่านห้วงแห่ง เอกภพ ที่กว้างไกล
แต่ความจริง ที่ยืนยง ก็คือดาว
ที่พราวแสง ได้สาดส่อง และนำทาง มนุษย์เรา ให้ข้ามพ้น คืนมืดมน
ส่วนที่มี (A) อยู่ข้างหน้าก็คือใช้ทำนองแบบเดียวกันนะคะ ส่วนที่มี (B) นำหน้าสองท่อนก็จะเป็นทำนองอีกแบบนึงค่ะ
คนที่ไม่รู้มาก่อนลองเดาดูนะคะว่าเพลงนี้แต่งให้คณะอะไร เดี๋ยวมาเฉลยเอนทรี่หน้า
ถ้าใครสามารถร้องเพลงนี้ตามดนตรีต้นฉบับได้แบบไม่ตัดต่อก็ส่งมาให้ฟังหน่อยเน่อ...(นักว่ายน้ำทีมชาติอาจจะทำได้ก็ได้นิ...)
edit @ 2006/06/02 15:34:52
edit @ 2006/09/19 15:34:56





